|

รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังจากปารีสแฟชั่นวีค ประจำคอลเลกชั่นฤดูใบไม่ร่วงฤดูหนาว 2010 – 2011 ปารีสแฟชั่นวีคเริ่มต้นขึ้นด้วยโชว์ของ Dries Van Noten ที่คราวนี้ได้สถานจัดโชว์ห้องโถงอันโอ่อ่าภายในบริเวณอาคารศาลาว่าการกรุงปารีส (Hotel de Ville) ความหรูหราของการตกแต่งภายในแบบสมัยเรอเนสซองส์ บนเพดานตกแต่งด้วยงานจิตรกรรมและโคมไฟแชนเดอเลียร์เรียงรายอยู่เหนือรันเวย์พื้นไม้ปาร์เก้คลาสสิก ช่างรับอยู่กับลุคต่างๆของดรีสที่ล้วนแต่เป็นการผสมผสานกันระหว่างชิ้นงานคลาสสิกอย่างกระเป๋าแฟชั่นเทรนช์โค้ตสวมกับเสื้อสวมกับเสื้อกั๊กลายเสือดาว กระโปรงสอบ เดรสเชิ้ตกระโปรงบาน ผ้าพิมพ์ลายดอกไม้ใบไม้แทรกด้วยชุดสีทองอร่าม โทนสีคราวนี้ล้วนคมเข้มไม่ว่าจะเป็นเนวี่ เทา สีกากี เขียวทหารความเรียบง่ายที่นำมาผสมผสานกับความหรูหราได้อย่างสมบูรณ์แบบและคาดไม่ถึง ส่วน Balenciaga จัดโชว์ที่ Hotel de Ville บริเวณห้องโถงชั้นบนของโรงแรมอันแสนคลาสสิกที่มองออกไปเป็น Place de la Concorde ถูกแปลงโฉมด้วยพื้นเรืองแสงดุจดั่งยานอวกาศ ด้วยฤดูกาลนี้นิโคลาส์เกสกิแยร์เน้นเส้นสายเรขาคณิตที่ ตัดกันอย่างเฉียบคมการจัดวางวัสดุและสีสันบนชุดที่ว่าจะไปแล้วแลดูเหมือนงานศิลปะโมเดิร์นอาร์ตบนเรือนร่างของนางแบบ ซึ่งแน่นอนสวมใส่ได้จริง การผสมผสานวัสดุต่างชนิดลงบนชุดในโทนสีตรงข้ามกันจนเกิดลายกราฟิก ลายพิมพ์ตัวอักษรละลานตาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปิน Jean – Michel Basquiat ช่วงบ่ายเป็นโชว์ของ Balmain ที่มาพร้อมกับความเจิดจรัสเช่นเคย รายละเอียดจากชุดในราชสำนักแวร์ซายส์ ผ้าดามาสก์ ผ้าทอลายดิ้นทอง เสื้อโค้ตขุนนางนำมาปรับแต่งให้ช่วงไหล่ดูแคบลงสวมกับเสื้อเก๋ไก๋และกางเกง ซูปเปอร์สกินนี่ ซึ่งนี่คือบาโร้กแบบใหม่ล่าสุดที่คริสตอฟ เดอการ์แน็งตั้งใจสร้างสรรค์อย่างสวยสด นอกจากนั้นยังมีชุดไหล่ตั้งผ้าปักเลื่อมทองเป็นลวดลายสวยวิจิตรช่วงไหล่อันเป็นเอกลักษณ์ของบัลแม็งยุคเดอการ์แน็งยังคงตั้งและเฉียบคมอยู่เหมือนเช่นเคยหากแต่วัสดุที่เลือกนำมาผสมผสานในคราวนี้นั้นล้วนทอประกายระยิบระยับแทบทุกลุค
บ่ายวันถัดมา Dior by John Galliano มาพร้อมกับลมหนาวสุดขั้ว ซึ่งคราวนี้ John Galliano ขอพาทุกท่านเดินทางสู่อาณาจักรด้วยโครงชุดที่ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดของความโรแมนติก แบบอังกฤษ ชุดกระโปรงชีฟองลายดอกเล็กๆ จีบระบายฟู่ฟ่อง แจ๊กเก็ตเข้ารูปสวมกับกระโปรงระบายเป็นชั้นๆสลับกันออกมากับชุดเท่ๆแนวล่าสัตว์ แจ๊กเก๊ตลายสก็อต กางเกงพองสวมกับบู๊ตยาวและท็อปแฮต ต่อด้วยขบวนชุดราตรีในเนื้อผ้าบาง เบาเช่นเดียวกับโทนสีอย่างฟ้าอ่อน ชมพู เขียว หรือเบจ เน้นความพลิ้วไหวตามแบบฉบับสาวดิออร์อย่างแท้จริง ช่วงเย็นวันเดียวกันเป็นโชว์ของห้องเสื้อ Lanvin ที่ไปจัดไกลถึงปารีสเขต 15 ณ Hall Freyssinet อันเป็นสถานที่จัดโชว์ของห้องเสื้อ ในฮอลล์แสงสลัวเสียงเพลง I’m Easy ของ The Commodores ถูกเลือกให้มาเปิดพรีโชว์สลับกับเพลงร่วมสมัยจากยุค ต่างๆ ก่อนที่ความตื่นตาตื่นใจจะเริ่มขึ้นจากชุดที่มองไกลๆ คล้ายปีกเทพธิดาประดับขนเฟอร์ ผมวิกดำหน้าม้าแลดูลึกลับ เสียงกลองรั่วระทึกสลับกับเปียโนแบะเพอร์คัสชั่นไอควันบนรันเวย์ ซึ่งโดนแสงไฟล้วนให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก ชุดกระโปรงสั้นแขนยาว แขนกุดจับเดรสในแบบต่างๆตามแบบลองแว็งแจ๊กเก๊ตจับจีบพับจับระบายอย่างน่าดูชื่นชม เครื่องประดับในครางนี้ล้วนงดงามตระการตาเริ่มจากสร้อยชิ้นโตบนชุดแนวราชินีชนเผ่าที่มีความ “Exotic” แอบแฝงไว้อย่างเฉิดฉาย อีกทั้งขนนกฟู่ฟ่องและสร้อยคอลูกปัด ปิดท้ายโชว์ด้วยขบวนชุดฟินาเล่ที่นางแบบทุกคนเดินออกมาเป็นกลุ่มพร้อมกันอย่าน่าประทับใจ ค่ำคืนอันยาวนานยังไม่จบแค่นี้ เพราะต่อไปเป็นโชว์ของ Yohji Yamamoto จัดอีกมุมเมือง ณ Lycée Carnot ปีนี้โยจิมาพร้อมกับสีเข้มๆ เช่นเคยแต่คราวนี้ดูเหมือนจะหนักไปทางน้ำเงินเข้มบนชุดโครงคลาสสิกที่ปรับแต่งรูปทรงใหม่สไตล์โยจิ อย่างการพับจับจีบ โค้ดยาวผ้าเนื้อหนาระบายช่วงล่าง ฯลฯ นักสะสมเสื้อผ้าของโยจิจะทราบดีว่าเส้นสายแบบมินิมัลลิสต์ของโยจินั้นเป็นชิ้นที่ไร้กาลเวลาและอยู่เหนือเทรนด์แฟชั่นมาช้านาน ตอนบ่ายของวันรุ่งขึ้นเป็นคิวของ Viktor & Rolf ที่เซอร์ไพรส์ด้วยการเชิญนางแบบรุ่นลายครามอย่าง Kristen McMenamy มาเป็นนางแบบรับเชิญ ปีนี้นางแบบยุคก่อนกลับมาคืนรันเวย์อีกครั้งไม่ว่าจะเป็น Erin Wasson, Karen Elson, Stella Tennant, Kristy Hume ฯลฯ ที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวกับคริสเต็นเห็นจะได้แก่ Elle Mcpherson ที่ไปปรากฏบนรันเวย์ของ Louis Vuitton อย่างเซอร์ไพรส์
|